มนุษย์ไม่เข้าใจลึกซึ้งถึงคุณสมบัติของบุญฤทธิ์กับอิทธิฤทธิ์ที่ทุกคนมีติดตัวกันมาจากดั้งเดิมก่อนปฏิสนธิในธาตุในธรรม ซึ่งคุณสมบัติทั้งสองส่งเสริมอนาคตแห่งการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบของธรรมให้ได้สมดุลกัน กลับถูกมองข้ามไป ยอมรับการเปลี่ยนแปลงปรุงแต่งของทางโลกไปสู่การส่งเสริมอิทธิฤทธิ์บูชาของมารในหมู่ชนชั้น มาทำร้ายบั่นทอนตนเองแทนที่ จึงทำให้โลกเกิดวิกฤติการณ์ชั่วร้ายกลับเข้ามาอีก มีผลกระทบจนทุกวันนี้ ในทางภัยวิกฤติธรรมชาติและภัยตัวบุคคลโดยตรง กิเลสเป็นตัวตั้ง ถ้าการปฏิบัติอยู่ในศีลธรรมฝ่ายเดียว สะดวกสบาย จะไม่กระตือรือร้นไปแสวงหาธรรมเพิ่ม จะเป็นคนเฉื่อยชา ไม่ทันโลกเป็นแน่ ในเมือมีศัตรูเข้าร่วม จะเริ่มตื่นตัวขึ้น เช่นเดียวกับโลกมนุษย์จะต้องหมุนรอบตัว หยุดมิได้
    จากการปฏิบัติสมาธิ ข้าพเจ้าจึงได้พบว่า การที่มนุษย์มาแก้กรรมของตนนั้น จะต้องเอาจริงกับธรรมชาติ ปฏิบัติกันให้เข้าถึงธรรมชั้นสูงสุดไปเลย ต้องฝ่าฟันอุปสรรคทุกขั้นตอนรอบด้านโดยไม่ต้องหวั่นไหว เริ่มต้นที่ธาตุจิตให้เกิดแสงประกายผ่องใส ให้มีพลังแล้วขอให้ดวงนั้น หมุนไปตามเข็มนาฬิกาภายในธาตุธรรม แผ่รัศมีไปคลุมนอกกายผู้เลี้ยงมนุษย์ โดยการหายใจเข้าให้ รู้สึกทั่วท้อง พองออกที่ธาตุธรรมในธาตุจิต รวบรวมสิ่งที่เป็นอัปมงคล
อิทธิฤทธิ์ คู่อริที่ครอบงำอยู่ภายนอกกายมาก่อน ให้กลับเข้ามาอบรมสะสางธาตุและธรรมให้บริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่ภายใต้อำนาจของตนทั้งหมด แล้วให้ยุบการหายใจออกอีกครั้ง ธาตุธรรมก็จะไปจัดการกับอวิชชาที่คงเหลือให้เข้ามามากกว่าครั้งก่อนอีก ทำไปเช่นนี้ ให้เกิดผลอย่างชำนาญ ในวิชาจะขลังมากกว่าการสวดมนตร์ จะสมบูรณ์แบบมากขึ้น ทำลายได้ทุกเรื่องตามความสะดวกของตน ดีกว่าการเล่นแร่แปลธาตุ เป็นของเปรต ใช้มนต์ดำ
สร้างวัตถุอัปมงคลแข่งกันรวมทั้งอวดสรรพคุณตนเองจนเลยความเป็นจริงและให้ยุติการขอศีลขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายแบบซ้ำซาก ต้องสร้างบุญด้วยตนเอง ตั้งแต่ปฏิบัติมา
     ข้าพเจ้าจะอยู่เหนือธรรมชาติ สั่งงานได้ทั้งสอง ภพสัมมาทิฐิและภพมิจฉาทิฐิได้ ให้อนุญาตผู้ที่ยังไม่เข้าใจ สอบถามเข้ามาได้ทุกเมื่อ
     ทุกคนเกิดมามีหน้าที่มาแก้กรรมในตัวตนเอง สำคัญอย่าผลัดให้เรื่องยืดเยื้อออกไปอีก ต้องรีบจัดการตัดสินด่วน และปฏิบัติให้รู้แจ้ง ประหารกิเลสให้หมดสิ้น อย่าให้เหตุการณ์เช่นนี้หวนกลับคืนชีพมาซ้ำเติมอีก
    โลกมนุษย์ที่เรายืนอยู่ในปัจจุบันนี้ มีแร่ธาตุทุกชนิดเต็มไปหมด อันนับประมาณมิได้ รวมทั้งเพชรนิลจินดา สิ่งมีค่ามหาศาลอยู่ในตัว ฝังลึกอยู่ใต้ดินเพื่อปกป้องคุ้มครองโลก มีอิทธิพลต่อวิกฤติการณ์บรรยากาศธรรมชาติจากภายนอก ช่วยเสริมสร้างสุขภาพร่างกายของมนุษย์ไปด้วย จงอธิษฐาน ให้เกิดประโยชน์ส่วนตนให้มากที่สุด ไม่ควรขุดขึ้นมาทำพิธีกรรมปลุกเสกด้วยพิธีต่างๆนานาในทางโลกซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานธรรมชาติเป็นอันม ก็จะมีฤทธิ์เดชเพี้ยนมากขึ้นไป ผลที่ตามมากลัวมนุษย์จะรับไม่ไหว
    การฝึกฝนของข้าพเจ้ามีพลังอิทธิพลต่อภัยวิกฤตธรรมชาติเหนือทุกขั้นตอน สามารถควบคุมบุญฤทธิ์และอิทธิฤทธิ์ได้เป็นอย่างดี เฉียบพลันเด็ดขาด  เมื่อมีการขอมาเป็นทางการ ผู้สนองรับจะต้องปฏิบัติตามด้วย อย่ามองข้ามอำนาจผลฤทธิ์เดชหรือมนตร์ดำ เมื่อถูกครอบงำแล้ว จะต้องมาแก้กรรม ณ ที่นี้ที่เดียวในโลก ใครก็ตามโดนเข้าแล้ว จะพูดจะจาจะทำก็ไปในทิศทางเดียวกันหมด จะเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นไม่ได้อีกแล้ว ทุกภารกิจที่ได้มอบหมายไห้ทำจะต้องจัดการให้สำเร็จทุกขั้นตอนและอย่าคว้าน้ำเหลวกลับมาให้เห็นเป็นอันขาด
    มนุษย์ทุกเชื่อชาติและศาสนา ก็มีกายสิทธิ์ประจำตัวสถิตอยู่ในศูนย์กลางกายของทุกคนที่เรียกว่ากายผู้เลี้ยงมนุษย์กับธาตุธรรมซึ่งเป็นที่ตั้งสถิตอยู่ที่ศูนย์ช่วยกลั่นกลองอวิชชาจากภายนอกให้หมดสิ้น ทั้งสองดวงแก้วนี้จะต้องอาศัยกันและกันในการเสริมสร้างพลังบุญบารมี กำจัดกิเลสและอวิชชาออกจากกันแตกต่างกันไป ต้องถนอมรักษาอย่างเคร่งครัดตามกฎข้อบัญญัติให้อยู่ในกรอบของธรรมชาติ จะไม่มีอื่นใดมาทดแทนได้ เมื่อดับขันธ์แล้วจะต้องแยกออกจากกันไปตลอด กายสิทธิ์ผู้เลี้ยงมนุษย์อยู่วงนอกแต่ต้องหมุนทวนเข็มนาฬิกาส่วนธาตุธรรมอยู่วงในเล็กกว่าไห้หมุนตามเข็มนาฬิกาพร้อมกันจึงจะเกิดผลประสิทธิภาพได้เร็วเมื่อเดินวิชา ฌานของธาตุธรรมเป็นผู้รวบรวมกลั่นกรองสะสางให้กายบริสุทธิ์ เมื่อหายใจเข้าจะพองขึ้น เมื่อหมดกิเลสให้หายใจออกแล้วยุบกายธาตุธรรมอีกครั้งส่งผ่านกายผู้เลี้ยงมนุษย์ออกไปเป็นแสงรัศมีป้องกันกายหยาบของมนุษย์จากศัตรูไม่ให้มากระทบ กลับมีพลังสามารถปราบคู่อริได้ (ธาตุธรรมก็มีเชื่อกิเลสของมนุษย์เจือปนอยู่บ้าง) จำเป็นต้องตรวจดูให้ทั่วถึง ต่อไปให้พิสดารกายให้มากเข้าไว้ จึงจะมีผลกับตนเอง
ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติมามากกว่า 50 ปีจนได้ชั้นธรรมธาตุสูงสุดแห่งธรรม  ดูแลทั้งภพนิพพานและภพโลกันตร์ซึ่งเป็นของฝ่ายอธรรม สั่งการให้ทั้งสองรายงานผลของการประพฤติจากต้นสังกัดเมื่อครบวาระกรรมแล้วและข้าพเจ้าจะได้ส่งต่อไปรับโทษกรรมหนักหรือเบาตามความเหมาะสมอีกครั้ง


    วันหนึ่งข้าพเจ้าได้ไปพักอยู่กับเพื่อนที่จังหวัดอุบลราชธานี แถวอีสาน มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งเข้ามาขอทดสอบวิชาเบื้องสูงที่เขาได้รับการอบรมวิชาเวทมนตร์คาถาและศาสตร์ต่างๆจากเพื่อนบ้านเขมรมาลองวิชากับข้าพเจ้า
ต่อมาพวกเขาเอาข้าพเจ้าไม่อยู่ จึงต้องสยบต่อข้าพเจ้าและเทิดทูนข้าพเจ้าขึ้นเป็นหัวหน้าแล้วเอาเท้าข้าพเจ้ายกวางบนหัวทุกคนแสดงความนับถือ

พฤติกรรมเช่นนี้มีฤทธิ์มาก จะมีไห้เห็นแบบเดียวกันกับท่านนายกรัฐมนตรีไทยที่ถูกครอบงำด้วยสิ่งเหล่านี้และจะไม่ฟังเหตุผลของผู้อื่น ถ้าใครได้เข้าไปสัมผัสกับตัวท่านแล้ว การคิดการพูดก็ไปในทำนองเดียวกันหมด คล้ายกับตัวหุ่นยนต์และจะยึดเป็นตัวตน ไม่ได้ ถ้าจัดการช้าไป เรื่องก็จะจบไม่ลง ฝ่ายไดมาติดต่อไห้จัดการเป็นทางการก่อน ก็จะได้เปรียบ ไสยศาสตร์เป็นของธรรมชาติ พวกวิชาการ จะไม่มีน้ำยาที่จะไปสู้กับเขาได้เลย